ตลาดคริปโทซบเซา อนาคตจะเป็นอย่างไร ?

ตลาดคริปโทซบเซา อนาคตจะเป็นอย่างไร ?

21 ก.ค. 2022
ตลาดคริปโทซบเซา อนาคตจะเป็นอย่างไร ? - BillionMoney
2,200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คือมูลค่าที่หายไปของเหรียญคริปโทเคอร์เรนซี เมื่อเทียบจากจุดสูงสุด
ซึ่งมูลค่าที่หายไปนั้น ใกล้เคียงกับ GDP ของอิตาลีทั้งประเทศ
การปรับตัวลดลงของราคาคริปโทเคอร์เรนซีในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้มีการปิดตัวลงของแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโทเคอร์เรนซีมากถึง 25 แห่งภายในเดือนเดียว
ในขณะเดียวกัน หุ้นของบริษัท Coinbase ซึ่งทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับคริปโทเคอร์เรนซีที่ใหญ่สุดในสหรัฐอเมริกา
ก็ได้เผชิญกับแรงเทขายกดดันอย่างหนัก จากเดิมเคยมีมูลค่าบริษัทถึง 2,900,000 ล้านบาท
มาวันนี้เหลือเพียง 470,000 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าที่หายไปเกินกว่า 80%
ถึงตรงนี้ หลายคนก็น่าจะเกิดความสงสัยว่า แล้วอนาคตของคริปโทเคอร์เรนซี จะเป็นอย่างไร ?
นับตั้งแต่ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ FED มีการโหมดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ
อัดเงินเข้าระบบ หรือที่หลายคนเรียกกันว่า Unlimited QE ตั้งแต่ช่วงที่เกิดวิกฤติโควิด 19 เมื่อ 2 ปีที่แล้ว
ปริมาณเงินที่ล้นโลก ก็ได้ถูกกระจายไปยังสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น รวมถึงคริปโทเคอร์เรนซี
ส่งผลให้ช่วงหนึ่ง บิตคอยน์ได้ขึ้นมาเป็น 1 ใน 10 สินทรัพย์ ที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก
ในขณะที่ มูลค่าของตลาดเหรียญคริปโทเคอร์เรนซีเพิ่มขึ้น มากถึง 2,850,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 102,571,000 ล้านบาท
อีกทั้งการล็อกดาวน์อยู่บ้านของคนทั่วโลก ก็ได้เร่งโหมกระหน่ำให้ผู้คนปรับตัวเข้ากับโลกอินเทอร์เน็ต
ไม่ว่าจะเป็น การประชุมออนไลน์ การสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ การชำระเงินออนไลน์ รวมไปถึงการหาเงินออนไลน์ เช่น การเก็งกำไรในหุ้น และคริปโทเคอร์เรนซี
ปัจจัยที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เอง ที่ทำให้ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
กลายเป็นตลาดกระทิงสำหรับตลาดคริปโทเคอร์เรนซี
แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรแน่นอน
ในตลาดการเงินที่แสนผันผวนบนโลกใบนี้
เพราะระยะเวลาเพียงแค่ 8 เดือนที่ผ่านมา มูลค่าของตลาดคริปโทเคอร์เรนซี ก็หายไปกว่า 70%..
ภาวะตลาดหมีของคริปโทเคอร์เรนซีที่รุนแรง ณ เวลานี้
จากทั้งการขึ้นดอกเบี้ย เพื่อควบคุมเงินเฟ้อของ FED หลังจากอัดฉีดมานาน
บวกกับข่าวเชิงลบในโลกของคริปโทเคอร์เรนซี เช่น การล่มสลายของ LUNA และกองทุนคริปโทเคอร์เรนซีล้มละลาย
นักลงทุนจึงมีแนวโน้มที่จะชะลอการลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซีออกไปก่อน
หากเรามาดูจากปริมาณการซื้อขายโดยเฉลี่ยต่อวันในแพลตฟอร์ม Coinbase ย้อนหลัง 3 ไตรมาส
ไตรมาสที่ 4/64 มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 5,918 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ไตรมาสที่ 1/65 มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 3,423 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ไตรมาสที่ 2/65 มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 2,353 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ซึ่งในอนาคตก็ยังมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องลงไปอีก ทำให้ธุรกิจแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโทเคอร์เรนซี
ที่มีรายได้จากการเก็บค่าธรรมเนียมการซื้อขาย มีอนาคตที่ดูไม่ค่อยสดใสนัก
ซ้ำร้าย ภาวะการแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจนี้ ส่งผลให้แพลตฟอร์มหลายรายต่างแข่งกันลดค่าธรรมเนียมการซื้อขาย เพื่อดึงดูดผู้ใช้งานให้เข้ามาใช้แพลตฟอร์มของตัวเอง
หลายธุรกิจแพลตฟอร์มจึงพยายามที่จะกระจายการลงทุนออกไปยังหลายธุรกิจ เช่น Coinbase ที่มีการจัดตั้งกองทุน Coinbase Ventures เพื่อเข้าไปร่วมลงทุนในบริษัทที่มีโอกาสประสบความสำเร็จในอุตสาหกรรมคริปโทเคอร์เรนซี
ตัวอย่างบริษัทที่ประสบความสำเร็จก็มี
- CoinSwitch Kuber ผู้นำในธุรกิจแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโทเคอร์เรนซีของอินเดีย
- OpenSea ตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนงานศิลปะที่อยู่ในรูปแบบของ NFT ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
นอกจากนี้ Coinbase ยังมีธุรกิจรับชำระเงิน อย่าง Coinbase Card ซึ่งเป็นบัตรเดบิตที่ใช้คริปโทเคอร์เรนซีชำระเงินได้
หรืออย่าง Binance เองก็มีธุรกิจที่คล้าย ๆ กัน คือ Binance Pay ช่องทางการชำระเงินด้วยคริปโทเคอร์เรนซี ในแอปพลิเคชัน Binance
นอกจากนี้ Binance ก็ยังมีธุรกิจ Binance Cloud ซึ่งเป็นบริการให้ผู้ประกอบการรายอื่น ๆ สามารถเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโทเคอร์เรนซีได้ โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งระบบให้ยุ่งยาก
คล้าย ๆ กับโมเดลธุรกิจแฟรนไชส์ ของร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven
ทว่าความพยายามทั้งหมดนี้ ไม่อาจช่วยให้ธุรกิจเหล่านี้รอดพ้นจากฝันร้ายไปได้
เพราะแพลตฟอร์มรายใหญ่ทั้ง 2 ราย ยังคงมีรายได้ส่วนใหญ่มาจากธุรกรรมการซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีอยู่ดี
แต่ในสถานการณ์ที่มืดมนแบบนี้ ก็ยังมีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์อยู่
เพราะจำนวนผู้เปิดบัญชีบนแพลตฟอร์มของ Coinbase ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นรายไตรมาส
ไตรมาสที่ 3/64 มีผู้เปิดบัญชีใหม่เพิ่มขึ้น 5 ล้านบัญชี
ไตรมาสที่ 4/64 มีผู้เปิดบัญชีใหม่เพิ่มขึ้น 16 ล้านบัญชี
ไตรมาสที่ 1/65 มีผู้เปิดบัญชีใหม่เพิ่มขึ้น 9 ล้านบัญชี
แล้วสัญญาณนี้บอกอะไรกับเราได้บ้าง ?
ต้องยอมรับว่าในอดีตที่ผ่านมา ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีเป็นตลาดที่มีความผันผวนอย่างรุนแรง
เนื่องจากเป็นตลาดที่ยังไม่มีหน่วยงานไหน เข้ามากำกับดูแลได้อย่างทั่วถึง
การที่ราคาปรับตัวลดลงในระดับ 50 ถึง 70% เป็นปรากฏการณ์ที่สามารถพบเห็นได้บ่อยในอดีต
ซึ่งการปรับฐานที่รุนแรงบ่อยครั้ง มักตามมาด้วยการทำจุดสูงสุดใหม่
จึงไม่น่าแปลกใจที่จะเห็นนักลงทุนหน้าใหม่ยังคงทยอยเข้ามาเปิดบัญชีซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี
เพราะมนุษย์มักมีความเชื่อว่าสิ่งที่เคยเกิดขึ้น มักจะเกิดขึ้นซ้ำ ๆ
ดั่งสุภาษิตโบราณที่บอกว่า
“History repeats itself”
สถานการณ์ในรอบนี้ จึงน่าติดตามว่าตลาดคริปโทเคอร์เรนซี
จะสามารถพาตัวเองไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดใหม่ได้อีกครั้งหรือไม่
หรืออาจจะซบเซาลง จนไม่ได้มีอะไรดึงดูดนักลงทุนอีกแล้ว ก็เป็นไปได้เหมือนกัน..
© 2022 BillionMoney. All rights reserved.