รู้จัก Medici ตระกูลที่สร้างรากฐาน ระบบการเงินปัจจุบัน

รู้จัก Medici ตระกูลที่สร้างรากฐาน ระบบการเงินปัจจุบัน

26 ก.ค. 2022
รู้หรือไม่ว่า การบันทึกบัญชีคู่ ที่ทำให้นักบัญชีทุกวันนี้ ต้องนั่งแยกว่า รายการใดต้องเป็นเดบิต หรือเครดิตนั้น
ได้ถูกใช้อย่างแพร่หลาย มาตั้งแต่ก่อนที่กรุงศรีอยุธยา จะเสียกรุงครั้งที่ 1 เสียอีก
โดยตระกูลที่ได้วางรากฐาน ระบบการเงินที่สำคัญหลาย ๆ อย่าง ซึ่งเรายังคงใช้กันอยู่จนถึงทุกวันนี้
ก็คือ Medici ตระกูลนายธนาคารและพ่อค้า ที่ทรงอิทธิพลมากที่สุด แห่งนครรัฐฟลอเรนซ์
ต้นตระกูล Medici ที่เก่าแก่ที่สุด สามารถย้อนกลับไปถึงช่วงปี 1200
ในตอนนั้นตระกูล Medici ยังอยู่ที่หุบเขามูเจลโล ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของนครรัฐฟลอเรนซ์
โดยมีคุณ Medico di Potrone เป็นผู้ก่อตั้งตระกูล ซึ่งคุณ Medico นั้น มีอาชีพเป็นหมอ
จึงได้ตั้งชื่อตระกูลของตนเองว่า Medici ซึ่งในภาษาอิตาลี แปลว่า หมอ ตามอาชีพของตน
หลังจากนั้น ลูกหลานของคุณ Medico ก็ได้เดินทางเข้ามาแสวงโชค ในนครรัฐฟลอเรนซ์อันมั่งคั่ง
โดยประกอบอาชีพเป็นพ่อค้า แทนที่จะประกอบอาชีพเป็นหมออย่างในนามสกุล
จนกระทั่งปี 1393 จุดเริ่มต้นความยิ่งใหญ่ของตระกูล Medici ก็มาถึง
เมื่อคุณ Giovanni de’ Medici ได้ขึ้นเป็นเจ้าของกิจการธนาคาร ของญาติในกรุงโรม
ซึ่งเขาได้เข้ามาทำงาน ตั้งแต่ที่พ่อของเขาได้จากไปด้วยการระบาดของกาฬโรค
หลังจากนั้นในปี 1397 เขาได้ย้ายสำนักงานใหญ่ของธนาคาร จากกรุงโรม กลับมายังบ้านเกิด ที่นครรัฐฟลอเรนซ์
และนี่เอง ก็ได้ถูกนับเป็นจุดกำเนิดของ ธนาคาร Medici อย่างเป็นทางการ
เขาได้ใช้ธนาคารทั้งสองสาขา เป็นสื่อกลางในการนำแหล่งเงินทุนจากกรุงโรม เข้ามาลงทุนยังนครรัฐฟลอเรนซ์
พร้อมกับทำธุรกิจค้าขายในหลากหลายสินค้ามากขึ้น เช่น เครื่องเทศ, อัญมณี, ผ้าไหม และผลไม้ เป็นต้น
จนสามารถสร้างฐานะขึ้นมาได้ประมาณหนึ่ง และยังได้เครือข่ายของพ่อค้า เพิ่มขึ้นมาด้วย
จนกระทั่งปี 1402 คุณ Giovanni ก็ได้ถูกรับเลือกให้เป็นสมาชิกสภา ของสมาคมพ่อค้าในนครรัฐฟลอเรนซ์
นั่นจึงทำให้ทั้งความมั่งคั่ง และอิทธิพลของเขา เพิ่มสูงขึ้นไปอีก จนทำให้คุณ Giovanni ตัดสินใจ
ขยายสาขาของธนาคาร Medici ไปยังนครรัฐอื่น ๆ ที่เป็นศูนย์กลางในการซื้อขาย เช่น เวนิส และเนเปิลส์
นอกจากนี้ ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 14-15 สินค้าส่งออกหลักของนครรัฐฟลอเรนซ์ คือ เสื้อผ้า และขนสัตว์ คุณ Giovanni จึงได้ขยายประเภทของธุรกิจ ที่นอกจากธนาคาร และการค้าขาย ไปยังการผลิตเสื้อผ้าอีกด้วย
โดยปล่อยเงินกู้จากธนาคาร Medici ให้กับสมาชิกในครอบครัวคนหนึ่ง เพื่อนำไปทำกิจการทอเสื้อผ้า
การที่ธนาคาร Medici มีเงินไหลเข้าออกเป็นจำนวนมาก จากธุรกิจอันหลากหลาย และสาขาธนาคารที่ขยายไปทั่วอิตาลี
ทำให้คุณ Giovanni ได้นำระบบการบันทึกบัญชี ที่สมัยนั้นยังไม่แพร่หลาย อย่างระบบบัญชีคู่ มาใช้
เพื่อที่จะบันทึกธุรกรรมทางการเงิน ให้แม่นยำ และเข้าใจง่าย
โดยเขาจะลงรายการสินทรัพย์ ไว้ในฝั่งของเดบิต และลงรายการหนี้สิน ไว้ในฝั่งของเครดิต
โดยคำว่าเดบิต และเครดิต มีรากศัพท์มาจากภาษาละติน คือคำว่า “Debitum” แปลว่า สิ่งที่เรามี
และ “Creditum” แปลว่า สิ่งที่เราต้องชดใช้
กิจการของตระกูล Medici รุ่งเรืองมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งคุณ Giovanni ได้เสียชีวิตลง
จากนั้นลูกชายคนโตของเขา คุณ Cosimo de' Medici ก็ได้เข้ามาสานต่อกิจการ
คุณ Cosimo ได้เป็นผู้ที่ทำให้กิจการธนาคารของตระกูล Medici รุ่งเรืองจนถึงขีดสุด
เนื่องจากเขาได้ทำการขยายสาขาของธนาคาร Medici ไปตามเมืองสำคัญ ๆ ของยุโรป
ไม่ว่าจะเป็น เจนีวา, ลอนดอน, ลียง, มิลาน เป็นต้น เพราะการค้าขายทางทะเล กำลังแบ่งบาน
การที่จะดูแลธนาคารแต่ละสาขา ซึ่งกระจายไปทั่วยุโรปเช่นนี้ ได้ทำให้คุณ Cosimo
เปลี่ยนจากการที่ Medici จะลงไปบริหารจัดการด้วยตนเอง เป็นการที่ Medici จะเข้าไปเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่
แล้วให้แต่ละสาขาบริหารเอง เพื่อให้ง่ายต่อการจัดการ และลดความเสี่ยงต่อกิจการ
เพราะถ้าสาขานั้นล้มละลาย กิจการส่วนใหญ่ก็จะไม่ต้องรับผลกระทบ
ซึ่งสิ่งนี้เอง ได้กลายเป็นรากฐานแนวคิดของ Holding Company
ที่บริษัทมูลค่าสูง ๆ หลายแห่งในปัจจุบัน กำลังเป็นอยู่ เช่น ธนาคาร JPMorgan
หรือบริษัท Berkshire Hathaway ของคุณ Warren Buffett
แต่อย่างไรก็ตาม ธนาคารในช่วงเวลานั้น ก็ไม่ใช่ธุรกิจที่ทำกำไรได้มากมาย ดังเช่นทุกวันนี้
เนื่องจากศาสนจักรในสมัยนั้น มองว่าการเก็บดอกเบี้ย เป็นบาปอย่างมหันต์
จึงทำให้การปล่อยกู้ ณ เวลานั้น จะไม่มีการเก็บดอกเบี้ยเลย แม้แต่เหรียญเดียว
แล้วแบบนี้ธนาคาร Medici จะได้กำไรมาจากไหน ?
การหากำไรของธนาคาร Medici นั้น ทำได้โดยการออกตั๋วแลกเงิน ให้กับพ่อค้าที่มาใช้บริการ
โดยตั๋วแลกเงินนี้ สามารถนำไปขึ้นเงินกับธนาคาร Medici สาขาใดก็ได้
ซึ่งจะทำให้พ่อค้า ไม่จำเป็นต้องพกเงินสดเป็นจำนวนมาก ๆ ในการเดินทางไปค้าขาย
เมื่อพ่อค้านำตั๋วแลกเงินไปขึ้นเงิน ที่สาขาหนึ่งแล้ว สาขาซึ่งมีบัญชีเงินฝากของพ่อค้าคนนั้น
ก็ต้องทำการโอนเงินไปยังอีกสาขาหนึ่ง เพื่อหักลบกลบหนี้กัน
การที่ต้องโอนเงินระหว่างสาขาที่อยู่คนละประเทศ หรือต่างนครรัฐเช่นนี้เอง ก็ต้องมีอัตราแลกเปลี่ยน
เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งธนาคาร Medici เอง ก็จะได้กำไร จากอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวน ในส่วนนี้ไป
โดยไม่ต้องทำการเก็บดอกเบี้ย ให้ผิดกฎของศาสนา แต่อย่างใด
กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนของธนาคาร Medici นั้น อยู่ระหว่าง 7.7-28.8%
ซึ่งจากการออกตั๋วแลกเงินทั้งหมด 67 ครั้ง มีเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ที่ธนาคาร Medici ประสบกับการขาดทุน
ซึ่งตั๋วแลกเงินเหล่านี้เอง ก็ได้กลายมาเป็นรากฐานให้กับเช็ค
และตั๋วแลกเงินระหว่างธุรกิจ ที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบัน
ด้วยเหตุนี้เอง ก็ทำให้ตระกูล Medici มีความรุ่งเรืองขึ้นมามาก
ทั้งอิทธิพลทางการเมือง และความมั่งคั่ง จนกระทั่งคุณ Cosimo ได้จากไปในปี 1464
อย่างไรก็ตาม ทายาทคนอื่น ๆ ในตระกูล Medici นั้น
ไม่ได้เป็นพ่อค้า และนายธนาคารที่เก่งกาจ ดังเช่นคุณ Cosimo
จึงไม่สามารถบริหารกิจการธนาคาร ให้ดำเนินการต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อีกทั้งทรัพย์สิน ที่มีมากมายของตระกูล ก็ไม่ได้ถูกนำไปพัฒนากิจการต่อ
แต่ถูกนำไปใช้เสพสุขตามประสาชนชั้นสูง เช่น หลานของเขาอย่างคุณ Lorenzo de' Medici
ที่นำเงินไปอุปถัมภ์ ศิลปินที่มีชื่อเสียง ในยุคเรอเนซองซ์ อย่างคุณ Botticelli และคุณ Michelangelo
ด้วยความวุ่นวายทางการเมืองที่ตามมาหลังจากนั้น
พร้อมทั้งการก้าวขึ้นมาของธนาคารอื่น ๆ ในยุโรป
ก็ได้ทำให้สาขาทั้งหมด ของธนาคาร Medici ต้องปิดตัวลง
และล้มละลายในปี 1494 หรือเพียงแค่ 30 ปี หลังจากที่คุณ Cosimo เสียชีวิต
จะเห็นได้ว่า แม้ตอนนี้ธนาคาร Medici ไม่ได้ดำเนินการแล้ว
แต่สิ่งที่พวกเขาได้วางรากฐานไว้ให้กับระบบการเงิน และการธนาคาร
ไม่ว่าจะเป็นการบันทึกบัญชี, การทำ Holding Company และตั๋วแลกเงิน
ก็ได้เป็นมาตรฐาน ให้กับธนาคารอื่น ๆ ในยุโรป ได้ใช้งาน
จากนั้นจึงได้เผยแพร่ไปทั่วโลก ผ่านยุคล่าอาณานิคม
และได้รับการพัฒนามาเรื่อย ๆ จนกลายเป็นมรดกตกทอด
มาจนถึงพวกเรา ในยุคปัจจุบันนี้
ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ
ในปัจจุบันนี้ ทายาทของตระกูล Medici คนปัจจุบัน อย่างคุณ Prince Lorenzo De’ Medici
ได้เปิดแพลตฟอร์มธนาคาร ชื่อ Medici Bank เมื่อปี 2019 โดยเป็นธนาคาร ที่เก็บข้อมูลบน Cloud
ซึ่งได้ทำการรับฝากเงิน ให้กับบริษัทเกี่ยวกับคริปโทเคอร์เรนซี อีกด้วย
© 2022 BillionMoney. All rights reserved.