สรุปค่าไฟฟ้าประเทศไทย แบบเข้าใจง่าย ๆ

สรุปค่าไฟฟ้าประเทศไทย แบบเข้าใจง่าย ๆ

29 ก.ค. 2022
ในปัจจุบัน หลายคนคงเผชิญกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นกว่าเดิมมาก
จากสถานการณ์ราคาน้ำมันแพง และปัญหาเงินเฟ้อในสินค้าหลายประเภท
แต่รู้ไหมว่า ค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคที่เราใช้กันเป็นประจำทุกวันอย่าง “ค่าไฟฟ้า”
ก็กำลังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ตามต้นทุนราคาเชื้อเพลิง ที่ใช้ในกระบวนการผลิตไฟฟ้า
แล้วค่าไฟฟ้าของประเทศไทย มีหลักการคำนวณอย่างไร
และในอนาคต เราจะต้องจ่ายค่าไฟฟ้ากี่บาทต่อหน่วย ?
แม้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จะทำหน้าที่ผลิตไฟฟ้า และรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตเอกชนทั้งหมด ก่อนขายผ่านระบบสายส่งไปให้ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)
แต่อัตราค่าไฟฟ้าที่เรียกเก็บ จะถูกพิจารณาโดยภาครัฐ คือ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)
ซึ่งตามสูตรโครงสร้างค่าไฟฟ้า จะประกอบไปด้วย 3 ส่วนหลัก คือ
- ค่าไฟฟ้าฐาน
- ค่าไฟฟ้าผันแปร หรือ Ft
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
สำหรับ “ค่าไฟฟ้าฐาน” จะคำนวณจากต้นทุนค่าใช้จ่าย ในการลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้า ระบบสายส่ง ระบบจำหน่าย รวมถึงประมาณการค่าเชื้อเพลิง ค่ารับซื้อไฟฟ้า ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และค่าบำรุงรักษาต่าง ๆ เพื่อรองรับกับความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศในระยะยาว
โดยจะมีการทบทวนค่าไฟฟ้าฐาน ในทุกรอบ 3-5 ปี
ซึ่งอัตราที่ปรับใช้ล่าสุด อยู่ที่ 3.7556 บาทต่อหน่วย
ส่วน “ค่า Ft” เป็นส่วนที่นำค่าใช้จ่ายที่อยู่เหนือการควบคุม ไม่ว่าจะเป็น ค่าเชื้อเพลิง ค่ารับซื้อไฟฟ้าจากเอกชน และค่าใช้จ่ายอื่นตามนโยบายของรัฐ ที่เกิดขึ้นจริงและแตกต่างจากค่าที่ประมาณการไว้ มาปรับปรุงเพื่อให้สะท้อนต้นทุนมากที่สุด ซึ่งสามารถเป็นได้ทั้งค่าบวกและค่าลบ
โดยจะมีการทบทวนค่า Ft ในทุกรอบ 4 เดือน คือ ช่วงเดือนมกราคม-เมษายน, เดือนพฤษภาคม-สิงหาคม และเดือนกันยายน-ธันวาคม
เรามาดูข้อมูลอัตราค่า Ft ย้อนหลังกัน
ปี 2564
เดือนมกราคม-เมษายน อยู่ที่ -0.1532 บาทต่อหน่วย
เดือนพฤษภาคม-สิงหาคม อยู่ที่ -0.1532 บาทต่อหน่วย
เดือนกันยายน-ธันวาคม อยู่ที่ -0.1532 บาทต่อหน่วย
ปี 2565
เดือนมกราคม-เมษายน อยู่ที่ 0.0139 บาทต่อหน่วย
เดือนพฤษภาคม-สิงหาคม อยู่ที่ 0.2477 บาทต่อหน่วย
จะเห็นได้ว่า ตลอดปี 2564 ภาครัฐได้มีมติคงค่า Ft ไว้เท่าเดิม เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 ซึ่งทำให้ค่าไฟฟ้ารวม อยู่ที่ 3.6 บาทต่อหน่วย
แต่ในปี 2565 สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ได้สร้างความผันผวนต่อราคาพลังงานทั่วโลก
ทำให้ประเทศไทยมีต้นทุนพลังงานสูงขึ้น จนเป็นเหตุให้ภาครัฐตัดสินใจทยอยปรับขึ้นค่า Ft ซึ่งทำให้ค่าไฟฟ้ารวมล่าสุด อยู่ที่ 4.0 บาทต่อหน่วย
คำถามต่อมาที่ทุกคนอยากรู้คงหนีไม่พ้น
ค่าไฟฟ้าจะแพงขึ้นกว่านี้อีกหรือไม่ ?
สำหรับประเทศไทย เชื้อเพลิงหลักที่ใช้ในกระบวนการผลิตไฟฟ้า
ก็คือ “แก๊สธรรมชาติ” ที่มีสัดส่วนราว 53% ของทั้งหมด
แต่ในปี 2565 ปริมาณการผลิตแก๊สธรรมชาติจากอ่าวไทยที่ต้นทุนถูก มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง
รวมทั้งผู้ผลิตแก๊สธรรมชาติ จากประเทศเมียนมาที่ขายมาให้ไทย ได้แจ้งลดกำลังการผลิตลง
ทำให้ไทยจำเป็นต้องนำเข้าแก๊สธรรมชาติเหลว หรือ Liquefied Natural Gas (LNG) ทางเรือขนส่ง จากตลาดโลก แบบสัญญาระยะสั้นที่มีต้นทุนสูงกว่า เข้ามาทดแทนบางส่วน เพื่อรองรับกับความต้องการใช้พลังงานของประเทศ
ส่งผลให้ ประมาณการราคาแก๊สธรรมชาติเฉลี่ยทุกแหล่ง สำหรับคำนวณค่า Ft ปี 2565 ปรับตัวสูงขึ้น
เดือนมกราคม-เมษายน อยู่ที่ 376 บาทต่อล้านบีทียู
เดือนพฤษภาคม-สิงหาคม อยู่ที่ 422 บาทต่อล้านบีทียู
เดือนกันยายน-ธันวาคม อยู่ที่ 481 บาทต่อล้านบีทียู
ด้วยเหตุนี้ ในการคำนวณค่า Ft รอบเดือนกันยายน-ธันวาคม จึงมีการประมาณการต้นทุนการผลิตไฟฟ้าล่วงหน้า และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปจากฐานเดิมไว้อยู่ที่ 0.9343 บาทต่อหน่วย
แต่นอกจากนั้น การที่ภาครัฐตรึงและทยอยปรับขึ้นค่า Ft ในช่วงที่ผ่านมา
ทำให้ค่าไฟฟ้าของไทย “ยังต่ำกว่า” ระดับที่ควรจะเป็นตามสูตรโครงสร้าง
จึงทำให้เกิดเป็นส่วนต่างระหว่าง ค่าที่ภาครัฐอนุมัติ กับต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งภาระในส่วนนี้ ได้มีนโยบายให้ กฟผ. ช่วยแบกรับแทนผู้ใช้ไฟฟ้าไปก่อน โดยมูลค่าสะสมตั้งแต่เดือนกันยายน ปี 2564 ถึงเดือนเมษายน ปี 2565 อยู่ที่ 83,010 ล้านบาท คิดเป็นอัตรา 1.4354 บาทต่อหน่วย
เท่ากับว่า หากคำนวณการปรับต้นทุนราคาเชื้อเพลิงที่ใช้ผลิตไฟฟ้า รวมกับภาระที่ กฟผ. แบกรับไว้ก่อนหน้านี้ จะทำให้ค่า Ft ของเดือนกันยายน-ธันวาคม ปี 2565 ทั้งหมดอยู่ที่ 2.3697 บาทต่อหน่วย ซึ่งคิดเป็นค่าไฟฟ้ารวม 6.1 บาทต่อหน่วย เลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม ภาครัฐคงไม่ได้ปรับขึ้นค่า Ft ตามตัวเลขดังกล่าวในทันที โดยอาจใช้วิธีทยอยปรับขึ้นเช่นเดิม รวมทั้งค่อย ๆ คืนภาระส่วนต่างให้กับ กฟผ. ภายใน 1-2 ปี หรือยังไม่คืนเลย
ซึ่งอาจทำให้ค่า Ft ในรอบใหม่นี้ อยู่ระหว่าง 0.9343-1.3913 บาทต่อหน่วย
หรือคิดเป็นค่าไฟฟ้ารวม 4.7-5.1 บาทต่อหน่วย
ทั้งนี้ ก็คงต้องมีการพิจารณา ความสามารถในการแบกรับภาระค่าไฟฟ้าของ กฟผ. ด้วย เพราะหากค่า Ft ยังไม่สะท้อนต้นทุนจริงต่อไปเรื่อย ๆ ภาระส่วนต่างก็อาจถูกสะสมเพิ่มขึ้น เกินกว่าแสนล้านบาทได้
ซึ่งขณะนี้ กฟผ. เริ่มประสบปัญหาบ้างแล้ว โดยได้กู้ยืมเงินเพื่อเสริมสภาพคล่องเป็นจำนวน 25,000 ล้านบาท และเจรจาตกลงขอเลื่อนชำระค่าซื้อแก๊สธรรมชาติ งวดเดือนพฤษภาคม จาก ปตท. ที่เป็นผู้จัดหาพลังงาน มูลค่าประมาณ 13,000 ล้านบาท ออกไป 4 เดือน
ทำให้สุดท้ายแล้ว ประเทศไทยคงต้องปรับขึ้นค่า Ft ให้สะท้อนหรือใกล้เคียงกับต้นทุนที่แท้จริง และใช้คืนภาระส่วนต่างให้กับ กฟผ. อยู่ดี ดังนั้นคนไทยอาจต้องเตรียมใจว่าจะต้องใช้ค่าไฟฟ้าแพงกว่า 4 บาทต่อหน่วย ภายในไม่ช้านี้..
อีกประเด็นที่หลายคนสงสัย นั่นคือ
ค่าไฟฟ้าของไทยถูกหรือแพง เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่น ?
ซึ่งข้อมูล ณ สิ้นปี 2564 ค่าไฟฟ้าของไทย นับว่าอยู่ในระดับกลาง ๆ และมีอีกหลายประเทศที่ค่าไฟฟ้าแพงกว่า ขึ้นอยู่กับโครงสร้างราคา และปัจจัยพื้นฐานในแต่ละประเทศ ยกตัวอย่างเช่น
- เยอรมนี อยู่ที่ราว 12.1 บาทต่อหน่วย
- เนเธอร์แลนด์ อยู่ที่ราว 12.0 บาทต่อหน่วย
- สหราชอาณาจักร อยู่ที่ราว 11.9 บาทต่อหน่วย
- ญี่ปุ่น อยู่ที่ราว 8.1 บาทต่อหน่วย
- สหรัฐอเมริกา อยู่ที่ราว 5.8 บาทต่อหน่วย
- นอร์เวย์ อยู่ที่ราว 4.8 บาทต่อหน่วย
ซึ่งจะเห็นได้ว่า นอกจากกรณีราคาพลังงานสูงแล้ว ทั่วโลกยังต้องเจอกับปัญหาค่าไฟฟ้าแพงตามมาด้วย
เพราะสิ่งที่โรงไฟฟ้าใช้ในการผลิตไฟฟ้าเป็นหลัก ก็คือ เชื้อเพลิงฟอสซิลอย่าง น้ำมัน, แก๊สธรรมชาติ หรือแม้แต่ถ่านหิน ที่ล้วนมีราคาพุ่งสูงขึ้นในปีนี้
ถึงแม้หลายประเทศ พยายามมุ่งเน้นที่จะลงทุนในพลังงานหมุนเวียนกันมากขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม จนต้นทุนสามารถแข่งขันได้อย่างสูสี หรือถูกกว่าเชื้อเพลิงฟอสซิลก็ตาม
แต่พลังงานหมุนเวียน ก็มีจุดอ่อนในเรื่องความมั่นคง และความต่อเนื่องของการผลิตอยู่พอสมควร จึงทำให้เชื้อเพลิงฟอสซิล ยังคงเป็นทางเลือกที่สำคัญในการบริหารจัดการพลังงานต่อไป อย่างน้อยก็ในระยะสั้นนี้
ด้วยเหตุนี้ คนไทยจึงควรเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์นี้ให้ดี
เพราะสิ่งเหล่านี้จะส่งผลกระทบมากขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อราคาน้ำมันแพง บางคนอาจเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะแทน
เมื่อราคาสินค้าแพง บางคนอาจลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไปก่อน
แต่ถ้าค่าไฟฟ้าแพง หลายคนอาจต้องปรับวิถีชีวิตไปจากความคุ้นเคยเดิม มากพอสมควร..
© 2022 BillionMoney. All rights reserved.