เราอาจเจอ โรคระบาด ร้ายแรงเท่า โควิด 19 ในอีก 25 ปีข้างหน้า

เราอาจเจอ โรคระบาด ร้ายแรงเท่า โควิด 19 ในอีก 25 ปีข้างหน้า

18 ส.ค. 2022
ข่าวการค้นพบไวรัสชนิดใหม่ ที่ชื่อ “เลย์วี” (LayV) ในประเทศจีน เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ที่ผ่านมา
ได้สร้างความตระหนกให้กับชาวเน็ต ว่าไวรัสที่แพร่ระบาดจากสัตว์มาสู่คนชนิดนี้ จะกลายเป็นโรคระบาด
ที่ส่งผลต่อผู้คน และเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง อย่างที่โควิด 19 เคยเป็นหรือไม่
โดยทีมนักวิจัยของ Metabiota ซึ่งเป็นสตาร์ตอัปที่ร่วมมือกับ องค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา ได้ใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ ทำนายโอกาสในการเกิดโรคระบาด ที่ส่งผลกระทบใกล้เคียงกับโควิด 19 ซึ่งผลออกมาว่า โอกาสที่จะเกิดโรคระบาดที่ร้ายแรงพอ ๆ กับโควิด 19 ในอีก 10 ปีข้างหน้าอยู่ที่ 22-28% และสูงถึง 47-57% สำหรับอีก 25 ปีข้างหน้าเลยทีเดียว
ซึ่งจะเห็นได้ว่า ยิ่งเวลาผ่านไปมากเท่าไร เราก็ยิ่งมีโอกาสที่จะพบเจอกับโรคระบาดที่ร้ายแรงมากยิ่งขึ้น
และถ้าหากคุณสงสัยว่าทำไมถึงเป็นเช่นนี้ ? BillionMoney จะย่อยให้เข้าใจ
เมื่อศึกษาจากต้นกำเนิดของโควิด 19 ซึ่งเป็นไวรัสที่แพร่จากสัตว์มาสู่คนนั้น จะพบว่า ปัจจัยที่ทำให้มนุษย์ กำลังเผชิญกับความเสี่ยง ที่จะพบเจอกับโรคระบาด ร้ายแรงมากขึ้นนั้น มีอยู่สองปัจจัยหลัก ๆ คือ การขยายเมืองอย่างรวดเร็ว และการที่ความต้องการบริโภคเนื้อสัตว์ป่ามีมากขึ้น
การขยายเมืองอันรวดเร็วของมนุษย์ ได้ “ผลัก” มนุษย์เข้าไปหาโรคระบาด โดยมีตัวอย่างเช่น ประเทศจีนที่เป็นจุดเริ่มต้นการระบาดของโควิด 19 นั้น ก็มีอัตราการขยายเมืองมากกว่า 60% มาตลอดในช่วง 5 ปีให้หลัง
ซึ่งการขยายเมืองอย่างรวดเร็ว ย่อมตามมาด้วยการแผ้วถางป่า เพื่อเปิดพื้นที่ก่อสร้างใหม่ ๆ ก็ได้ทำให้ปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนและสัตว์มีมากขึ้น ทั้งจากการที่สัตว์ป่าต้องเข้ามาหากินในเมือง เนื่องจากพื้นที่ป่าซึ่งเป็นแหล่งอาหารลดน้อยลง และการที่มนุษย์ก็สามารถเดินทางเข้าไปล่าสัตว์ป่า มาบริโภคได้สะดวกมากขึ้น
การที่คนและสัตว์มีปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้นนี้เอง ก็ได้เพิ่มโอกาสที่มนุษย์เราจะได้เจอกับโรคใหม่ ๆ จากสัตว์ป่ามากยิ่งขึ้น
ส่วนความต้องการบริโภคเนื้อสัตว์ป่าที่เพิ่มขึ้น ก็เป็นการ “ดึง” โรคระบาดเข้ามาหาตัวของมนุษย์เอง โดยความต้องการบริโภคเนื้อสัตว์ป่า ก็มาจากการขยายตัวของเศรษฐกิจ ที่ทำให้ผู้คนมีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งการแสดงออกถึงฐานะที่ร่ำรวย โดยเฉพาะประเทศในแถบทวีปเอเชีย ก็คือการบริโภคสัตว์ป่า เนื่องจากมีราคาแพงและหายาก
ความต้องการที่มีมากนี้เอง ก็ได้ทำให้เกิดการล่าสัตว์ป่าเป็นจำนวนมาก และเมื่อจำนวนสัตว์ป่ามีน้อยลง ก็ยิ่งบีบให้พรานป่า จำเป็นต้องเข้าไปในป่าลึกขึ้นเพื่อล่าสัตว์ จึงยิ่งเพิ่มโอกาสที่จะมีการนำโรคใหม่ ๆ ออกมาสู่โลกภายนอกมากยิ่งขึ้น อย่างเช่น โควิด 19 ที่เริ่มแพร่ระบาดมาจากตลาดค้าสัตว์ป่า ในเมืองอู่ฮั่น
นอกจากนี้ยังมีแนวคิดอีกด้วยว่า การที่สัตว์ป่าเหลือน้อยลง ก็เป็นตัวเร่งให้เชื้อโรค ซึ่งแต่เดิมอยู่อาศัยในร่างของสัตว์ป่า ต้องเร่งวิวัฒนาการตัวเอง ให้สามารถไปเกาะสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ เพื่อเอาชีวิตรอด ซึ่งสิ่งมีชีวิตที่สามารถเป็นเจ้าของร่างอันสมบูรณ์แบบที่สุด ก็คือ “มนุษย์” นั่นเอง
นอกจากนี้ การเชื่อมโยงกันทางเศรษฐกิจและสังคม ที่ทำให้มนุษย์จำเป็นจะต้องเดินทางไปมาระหว่างเมืองและประเทศ ด้วยระบบขนส่งมวลชนที่แออัด อีกทั้งการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรเมือง เนื่องจากผู้คนเดินทางเข้ามาแสวงหาโอกาสในเมืองใหญ่ ก็เป็นสภาพแวดล้อมชั้นดี ที่จะทำให้โรคระบาดแพร่ไปได้อย่างรวดเร็ว
กล่าวโดยสรุปคือ ด้วยความที่เชื้อโรคต่างก็มุ่งปรับตัว ให้สามารถแพร่มาสู่มนุษย์ เพื่อเอาตัวรอด ในขณะที่พฤติกรรมการบริโภค และการขยายตัวเมืองของมนุษย์ ที่ได้พาตัวเองให้เข้าไปใกล้กับแหล่งเชื้อโรค ผนวกกับสภาพความเป็นอยู่ของมนุษย์ในปัจจุบัน ที่เป็นสภาพแวดล้อมชั้นดี สำหรับการแพร่ระบาดของโรค
ก็ได้ทำให้โอกาสการเกิดโรคระบาดครั้งใหม่ ที่อาจจะรุนแรงพอ ๆ กับโควิด 19 หรือรุนแรงมากกว่า มีมากยิ่งขึ้น
ซึ่งเราเองก็ไม่มีทางรู้เลยว่า เชื้อโรคร้ายแรงที่ไม่มีใครรู้จัก ซึ่งตอนนี้กำลังซ่อนตัวอยู่ในป่าลึก
จะถูกนำออกมาสู่โลกภายนอกที่เราอาศัยอยู่เมื่อไร..
© 2022 BillionMoney. All rights reserved.