กรณีศึกษา Personal Tokens แบ่งขายตัวเราเอง ให้เป็นเหรียญคริปโท

กรณีศึกษา Personal Tokens แบ่งขายตัวเราเอง ให้เป็นเหรียญคริปโท

29 ส.ค. 2022
จะเป็นอย่างไร ถ้าเราเสนอแบ่งเงินเดือนของเราให้กับคนอื่น
ให้คนอื่นมาร่วมตัดสินใจ ทางเลือกในชีวิตของเราได้ด้วย
โดยแลกกับการให้คนอื่นมาซื้อเหรียญ หรือโทเคนที่เราออกขาย
ซึ่งโทเคนนี้จะมีสินทรัพย์เดียว นั่นก็คือ “ตัวเรา”
ถ้าหากคุณสงสัยว่า มันเป็นไปได้อย่างไร ?
BillionMoney จะย่อยให้เข้าใจ
“การแปลงเป็นโทเคน (Tokenization)” คือการแปลงสินทรัพย์ในโลกแห่งความเป็นจริง เช่น อสังหาริมทรัพย์ และที่ดิน ให้เป็นเหรียญดิจิทัล เพื่อแบ่งสินทรัพย์ให้เป็นหน่วยย่อย ๆ ซึ่งจะทำให้สินทรัพย์มีความคล่องตัวในการซื้อขายมากขึ้น
แต่อย่างไรก็ตาม นอกจากการแปลงอสังหาริมทรัพย์และที่ดิน ให้เป็นเหรียญแล้ว ไม่นานมานี้ ยังมีอีกสิ่งหนึ่ง ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ไม่น่าจะสามารถประเมินมูลค่าได้ ก็ถูกแปลงให้เป็นเหรียญเช่นเดียวกัน นั่นก็คือ “ตัวบุคคล” นั่นเอง
ปกติแล้ว การแปลงเป็นโทเคน ก็คือการทำให้สินทรัพย์หนึ่ง สามารถมีเจ้าของร่วมกันหลาย ๆ คนได้ ซึ่งจะช่วยให้คนที่มีรายได้น้อยนั้น สามารถเข้าถึงสินทรัพย์ที่มีขนาดใหญ่ และมีราคาแพงได้ง่ายขึ้น
เช่น การจะซื้อบ้านราคา 1,000,000 บาท ปกติแล้วผู้ซื้อบ้านก็จะต้องซื้อบ้านทั้งหลังแค่คนเดียว ทำให้กว่าจะขายบ้านออกไปได้ก็ใช้เวลานาน
แต่ถ้าหากบ้านหลังนี้ถูกแปลงเป็นเหรียญดิจิทัล เหรียญละ 1 บาท จำนวน 1,000,000 เหรียญ และนำออกไปเสนอขายในตลาด ผู้ซื้อบ้านรายย่อยหลาย ๆ คน ก็สามารถเข้าซื้อเหรียญบ้านด้วยกัน และกลายเป็นเจ้าของร่วมกันได้ ทำให้ผู้ขายสามารถขายบ้านได้ไวขึ้น
ซึ่งจากวิธีการแปลงเป็นโทเคนที่กล่าวไปข้างต้นนี้เอง ก็ได้มีคนหนึ่งที่เล็งเห็นว่า มันสามารถนำมาดัดแปลงให้กลายเป็นช่องทางการระดมทุนในรูปแบบใหม่ได้ นั่นก็คือคุณ Alex Masmej หนุ่มฝรั่งเศสผู้ที่อยากก่อตั้งสตาร์ตอัป DeFi ในประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ไม่มีเงินทุน ทำให้เขาได้ตัดสินใจทำในสิ่งที่แทบจะไม่มีใครกล้าทำ
นั่นคือการแปลงตัวเองให้กลายเป็นเหรียญ หรือที่เขาเรียกว่า “Personal Tokens” ชื่อเหรียญ $ALEX จำนวน 1,000,000 เหรียญ แล้วนำขึ้นมาขายบนแพลตฟอร์ม DeFi อย่าง Uniswap ในเดือนเมษายน ปี 2020 เพื่อหาเงินทุนในการย้ายจากปารีส ไปยังเมืองซานฟรานซิสโก เพื่อเริ่มต้นธุรกิจสตาร์ตอัปของเขาที่นั่น
โดยสิทธิประโยชน์ที่คุณ Alex เสนอให้กับนักลงทุนคือ เขาจะแบ่ง 15% ของเงินเดือนที่ได้ มาจ่ายคืนให้กับนักลงทุนที่ซื้อเหรียญ $ALEX ในอีก 3 ปีข้างหน้า, สามารถขอใช้เวลาร่วมกับเขาได้, ได้รับการแนะนำให้รู้จักกับเพื่อน ๆ ในวงการคริปโทเคอร์เรนซีของเขา รวมถึงได้รับการโปรโมตผ่านทางทวิตเตอร์ของเขาด้วย
แต่สิ่งที่ชวนตกตะลึงมากที่สุดก็คือ ผู้ที่ลงทุนในเหรียญ $ALEX สามารถลงคะแนนเสียงเพื่อ “ตัดสินใจ” เกี่ยวกับทางเลือกในชีวิตให้กับเขาได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกิจวัตรประจำวัน หรือแม้แต่เรื่องการทำงาน
นั่นจึงทำให้เหรียญของเขาเป็นที่น่าสนใจอย่างมาก อีกทั้งในสายตาของนักลงทุน คุณ Alex ก็มีประสบการณ์ด้านการทำงานในโปรเจกต์คริปโทเคอร์เรนซีมาแล้วหลายบริษัท เขาจึงได้รับเงินระดมทุนเป็นเหรียญ Ethereum มูลค่ามากถึง 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 722,800 บาท) จากนักลงทุนหลายรายที่เข้าซื้อ
โดยในปัจจุบันนี้ คุณ Alex ก็สามารถก่อตั้งสตาร์ตอัปของตัวเอง ที่ซานฟรานซิสโกได้สำเร็จ ในเดือนมกราคม ปี 2021 ที่ผ่านมา
หลังจากนั้นก็มีผู้คนทำตามคุณ Alex เรื่อย ๆ โดยจากข้อมูลบนแพลตฟอร์ม PersonalTokens.io ที่เปิดให้ผู้คนแปลงตัวเองเป็นเหรียญดิจิทัลนั้น พบว่า ณ ขณะนี้ มีผู้คนกว่า 511 คน ที่ได้ทำการแปลงตัวเองเป็นเหรียญ ซึ่งมีมูลค่ารวมกันมากถึง 18.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 669 ล้านบาท)
จะเห็นได้ว่าแม้การระดมทุนด้วย Personal Tokens นั้น จะเป็นช่องทางการระดมทุนที่รวดเร็ว และทำให้นักลงทุนกับผู้รับเงินทุนเองมีความใกล้ชิดกันมากขึ้น เนื่องจากผู้ที่ได้รับเงินลงทุนก็เป็นเพียงแค่คนหนึ่งคนเท่านั้น
แต่อย่างไรก็ตาม การกระทำนี้ก็ได้ถูกตั้งคำถาม ทั้งจากทางกฎหมายว่า การแปลงตัวเองให้เป็นเหรียญแล้วออกขาย จะกลายเป็นการออกหุ้นโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่
อีกทั้งในทางจริยธรรมเองก็มองว่า การทำแบบนี้อาจไม่ต่างกับการขายตัวเองเป็นทาส เพราะนักลงทุนที่มาซื้อ Personal Tokens ของเรา ต่างมีสิทธิ์มีเสียงที่จะตัดสินใจแทนเราได้ว่า พวกเขาต้องการจะให้เราทำอะไร จนอาจทำให้เราสูญเสียความเป็นตัวตนไปเลยก็เป็นได้
เพราะนักลงทุนก็จะมองในมุมของการได้รับผลตอบแทนสูง ๆ ในขณะที่ตัวเราเองก็อยากที่จะทำในสิ่งที่ชอบ ทำให้ในบางครั้ง ถ้าหากสิ่งที่นักลงทุนเลือก ไม่ตรงกับสิ่งที่เราต้องการที่จะทำ ก็อาจทำให้เกิดปัญหาที่ยุ่งยากตามมา
การมีอยู่ของ Personal Tokens นี้เอง จึงยังคงเป็นเรื่องที่ทำให้เราต้องขบคิดกันต่อไปว่า เราอยากให้สิ่งนี้ยังคงอยู่ท่ามกลางสังคมของเราในอนาคตหรือไม่..
© 2022 BillionMoney. All rights reserved.