จีนสั่งปิด 2 เมืองสำคัญ คุมโควิด กระทบ 34 ล้านคน

จีนสั่งปิด 2 เมืองสำคัญ คุมโควิด กระทบ 34 ล้านคน

1 ก.ย. 2022
ในปัจจุบัน เกือบทุกประเทศทั่วโลกต่างก็เริ่มผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคโควิด 19 เพื่อให้ประเทศกลับมาฟื้นตัวทางด้านเศรษฐกิจอีกครั้ง
แต่หนึ่งในประเทศที่ยังคงใช้มาตรการควบคุมการระบาดของโรคโควิด 19 อย่างหนักหน่วงอยู่ คงหนีไม่พ้น ประเทศจีน
ล่าสุด ทางการจีนประกาศเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมการระบาดของโรคโควิด 19 ในเมืองเซินเจิ้นและเมืองเฉิงตูแล้ว
โดยรัฐบาลจีนได้ประกาศปิดสถานบันเทิง ร้านอาหาร และโรงเรียนในเขตอย่างน้อย 5 เขตของเมืองเซินเจิ้น อีกทั้งยังออกคำแนะนำให้ประชาชนอยู่บ้าน และบังคับให้ประชาชนต้องแสดงผลตรวจโควิดที่เป็นลบก่อนอย่างน้อย 48 ชั่วโมง หากมีธุระต้องออกจากบ้านไปเมืองอื่น ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวคาดว่าจะกระทบประชากรเป็นจำนวน 13 ล้านคน
สำหรับเมืองเฉิงตู ทางรัฐบาลสั่งล็อกดาวน์อย่างไม่มีกำหนด โดยห้ามให้ประชาชนออกจากบ้าน แต่ยกเว้นให้สมาชิกในบ้านแค่ 1 คน สามารถออกจากบ้านได้ 1 ครั้งต่อวัน เพื่อซื้อสิ่งของจำเป็น นอกจากนี้ หากใครมีธุระสำคัญต้องเดินทางไปต่างเมือง บุคคลนั้นจะต้องแสดงผลตรวจโควิดที่เป็นลบก่อนอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
ทั้งนี้ เมืองเฉิงตูมีประชากรมากถึง 21 ล้านคน การล็อกดาวน์ดังกล่าวจึงนับว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่การล็อกดาวน์เมืองเซี่ยงไฮ้ ที่มีประชากรอยู่ประมาณ 26 ล้านคน
มาตรการคุมโควิดที่เข้มงวดนี้ย่อมมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจจีนมาก เพราะทั้งเมืองเซินเจิ้นและเมืองเฉิงตูต่างก็สำคัญต่อเศรษฐกิจประเทศทั้งคู่
เมืองเซินเจิ้นนั้นเปรียบเสมือนซิลิคอนแวลลีย์ของจีน ซึ่งมีมูลค่า GDP ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของประเทศ นอกจากนี้ ในปัจจุบัน บริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งยังมีสำนักงานอยู่ในเมืองนี้ ยกตัวอย่างเช่น Huawei Tencent และ Foxconn
สำหรับเมืองเฉิงตูก็มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจจีนไม่แพ้เมืองเซินเจิ้น โดยมูลค่า GDP ของเมืองนี้อยู่ที่ประมาณ 10.5 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 1.7% ของ GDP ของจีน อีกทั้งยังเป็นเมืองที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีและรถยนต์หลายแห่ง รวมถึง Foxconn ที่ประกอบ iPad ภายในโรงงานของเมืองนี้ด้วย
ทั้งนี้ มาตรการควบคุมโควิดที่เข้มงวดนี้แสดงให้เห็นว่า รัฐบาลจีนยอมให้มูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศลดลง เพื่อควบคุมโควิด ดังนั้น การล็อกดาวน์ก็อาจจะดำเนินต่อไปอีกสักพักจนกว่ารัฐบาลจะคิดว่าควบคุมสถานการณ์โรคระบาดได้
ซึ่งก็จะปั่นป่วนซัปพลายเชนทั่วโลกต่อไปอีกเช่นกัน และคนที่ได้รับผลกระทบก็คือ เราทุกคน…
References
© 2022 BillionMoney. All rights reserved.