นักลงทุนควรจะ ขายหุ้นออกอย่างไร ไม่ให้เสียใจภายหลัง

นักลงทุนควรจะ ขายหุ้นออกอย่างไร ไม่ให้เสียใจภายหลัง

9 ก.ย. 2022
“ลองขายปากกาด้ามนี้ ให้ฉันหน่อย”
หากใครเคยดูหนังเรื่อง The Wolf of Wall Street ย่อมคุ้นเคยกับประโยคนี้เป็นอย่างดี
เพราะประโยคนี้เป็นประโยคที่ตัวเอกของเรื่อง กำลังชักชวนให้เพื่อน ๆ ของเขา มาทำงานเป็นโบรกเกอร์หุ้น
ซึ่งต้องอาศัยทักษะการขาย
ทักษะการขายเป็นสิ่งจำเป็น กับทั้งนักลงทุนและโบรกเกอร์ ที่ต้องมีติดตัวกันทั้งคู่
และถ้าคุณเป็นนักลงทุน และสงสัยว่า จะตัดสินใจขายหุ้นอย่างไร ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
BillionMoney จะมาสรุปให้ แบบเข้าใจง่าย ๆ
รู้หรือไม่ว่า การตัดสินใจขายหุ้น เป็นสิ่งที่ตัดสินใจได้ยากกว่าการซื้อหุ้น
เพราะโดยปกติแล้ว เราสามารถศึกษาข้อมูลในอดีตของธุรกิจ ก่อนตัดสินใจลงทุนได้
แต่การขายหุ้นนั้น เราอาศัยข้อมูลในอดีต มาประกอบการตัดสินใจได้น้อยมาก
เพราะการขายหุ้นส่วนใหญ่แล้ว มักจะอาศัยการคาดการณ์ในอนาคตมากกว่า
อีกทั้งการขายหุ้น ยังมีอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ มากกว่าการซื้อหุ้นด้วย
เนื่องจากเมื่อเราซื้อหุ้นแล้ว ย่อมเกิดกำไรหรือขาดทุนขึ้นมาในบัญชีของเรา
ทั้งนี้ ขอยกตัวอย่างสถานการณ์ เพื่อให้เห็นภาพ
สมมติเราเป็นนักลงทุนในหุ้น Amazon มาตั้งแต่ปี 1998
ตอนนั้นราคาหุ้น Amazon ยังมีมูลค่าเพียงแค่ 5 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น
หากเราพิจารณาถึงความสำเร็จของ Amazon ในตอนนี้
เมื่อมองย้อนกลับไป หลาย ๆ คนคงอยากถือหุ้นตัวนี้ในระยะยาว
แต่ถ้าเราลองดูประวัติศาสตร์ย้อนหลังของหุ้นตัวนี้ จะมีคำถามตามมาว่า
จะมีนักลงทุนสักกี่คน ที่ไม่รีบขายหุ้น Amazon ออก เพื่อทำกำไร เมื่อราคาพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 85 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้นในปี 1999 ซึ่งคิดเป็นผลตอบแทน 17 เด้ง ในระยะเวลาไม่ถึง 2 ปี
และจะมีนักลงทุนสักกี่คน ที่ไม่รีบขายหุ้น Amazon ทิ้ง เมื่อราคาดิ่งลงจากจุดสูงสุดมากกว่า 93% เหลือเพียง 6 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น ในช่วงวิกฤติฟองสบู่ดอตคอม ปี 2001
จากสถานการณ์ราคาข้างต้นนี้ หลายคนคงอยากที่จะขายหุ้น Amazon ออกไปก่อนแน่ ๆ
ทั้งนี้ หนึ่งในสาเหตุสำคัญ ที่คนทั่วไปทนถือหุ้นยาวไม่ได้ ก็เป็นเพราะจิตใต้สำนึกของคน มักจะเปรียบเทียบกำไรกับมูลค่าสิ่งของ ที่เราสามารถใช้เงินจำนวนนั้นซื้อได้
ทำให้เมื่อนักลงทุนเห็นกำไร ก็กลัวว่ากำไรเหล่านั้นจะหายไป
แต่รู้หรือไม่ว่า แม้เราจะสามารถทำกำไร จากการขายหุ้นออกมาแล้ว
เมื่อเรานำเงินนั้นไปลงทุนต่อ เราก็ยังมีความเสี่ยงที่กำไรจะหายไปจากการลงทุนนั้นอยู่ดี
นอกจากนี้ หากหุ้นที่เราขายออกไป เป็นหุ้นที่ยังมีการเติบโตที่สูงอยู่
เราก็อาจจะพลาดโอกาสในการทำกำไร ที่มากขึ้นในอนาคต
การขายหุ้นเพียงเพราะราคาหุ้นขึ้นมา จึงเป็นสิ่งที่ไม่สมเหตุสมผลเสมอไป
และการขายหุ้นที่ราคาตกลงมา โดยไม่มีเหตุผลรองรับที่ดี ก็ไม่ใช่สิ่งที่ดีเสมอไป เช่นกัน
เพราะการขายหุ้นที่ราคาร่วงลงมา อาจทำให้เราพลาดโอกาส ในการทำกำไรในหุ้นที่มีพื้นฐานดี
และมีมูลค่าหุ้นที่ไม่แพงเกินไป
แล้วเราควรจะขายหุ้นตอนไหน ?
เราควรขายหุ้น เมื่อเรามีการเปรียบเทียบการลงทุนแล้ว
พบว่ามีหุ้นตัวอื่น ที่สามารถสร้างผลตอบแทน ได้ดีกว่าหุ้นตัวเดิม
หรือหุ้นที่เราถืออยู่ มีการเปลี่ยนแปลงด้านปัจจัยพื้นฐาน
ที่ส่งผลกระทบต่อโอกาสการเติบโตในอนาคต
การขายหุ้นออกมา ก็อาจเป็นทางเลือกที่ถูกต้อง ในการรักษาเงินทุนของเรา
ดังนั้น หากเรามีหลักเกณฑ์การขายหุ้นที่ชัดเจนแบบนี้
เราก็สามารถหลีกเลี่ยงความผันผวนระยะสั้น เพื่อรับผลตอบแทนในระยะยาวได้
เพราะการมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน จะทำให้เราซื้อขายหุ้นน้อยลง
ซึ่งจะลดข้อผิดพลาดในการจับจังหวะการลงทุน
และยังเพิ่มระยะเวลาถือหุ้น ให้นานพอที่จะได้ประโยชน์ จากผลตอบแทนทบต้น
ตัวอย่างนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จ จากการใช้เวลาถือหุ้น นานพอที่จะได้รับผลตอบแทนทบต้น
คือคุณ Warren Buffett ที่เข้าลงทุนในบริษัท Coca-Cola ตั้งแต่ปี 1988 จนถึงปัจจุบัน
ดังนั้น การขายหุ้นที่ดี ไม่ควรจะเป็นการตัดสินใจจากอารมณ์ของเรา
แต่ต้องมีหลักการในการคิดที่ดี เพราะหุ้นดีมีเพียงหยิบมือในตลาด
เมื่อเราเจอหุ้นที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทน แบบโฮมรันให้เราแล้ว
เราก็ไม่ควรปล่อยให้หุ้นนั้นหลุดมือไปง่าย ๆ
เหมือนที่คุณ Warren Buffett ยังคงถือหุ้น Coca-Cola จนถึงปัจจุบัน..
ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ
หุ้น Coca-Cola เป็นหุ้นที่คุณ Warren Buffett ใช้เวลาถือยาวนานที่สุดในชีวิต
จากเงินลงทุนสุทธิ 4.8 หมื่นล้านบาท เมื่อ 34 ปีก่อน ปัจจุบันมีมูลค่า 8.8 แสนล้านบาท
และคุณ Warren Buffett ได้รับเงินปันผลรวมกันแล้ว กว่า 3.2 แสนล้านบาท ตลอด 34 ปีที่ผ่านมา
© 2022 BillionMoney. All rights reserved.