สรุปสัมภาษณ์สด ครั้งแรกของ Sam Bankman-Fried หลัง FTX ล่มสลาย

สรุปสัมภาษณ์สด ครั้งแรกของ Sam Bankman-Fried หลัง FTX ล่มสลาย

1 ธ.ค. 2022
เมื่อวานนี้ ในงาน Deal Book Summit ของสำนักข่าว New York Times ได้ปรากฎรายชื่อ Sam Bankman-Fried หรือที่หลาย ๆ คนเรียกว่า SBF เป็นหนึ่งในแขกรับเชิญของงานด้วย
ในครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นการสัมภาษณ์สดครั้งแรกของ Sam Bankman-Fried อดีต CEO ของกระดานเทรดคริปโทเคอร์เรนซี FTX ที่ยื่นล้มละลายไปเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา
ซึ่งคุณ Andrew Ross Sorkin ก็เริ่มเปิดด้วยคำถามแรกว่า สาเหตุของการล้มละลายของ FTX คืออะไร ?
เพราะในตอนนี้ หลายคนต้องการคำตอบว่าการล้มละลายของ FTX นั้น เป็นการหลอกลวงหรือไม่
ทาง SBF ก็ได้ตอบกลับว่า เขาไม่ได้ตั้งใจหลอกลวง แต่สาเหตุที่ FTX ล้มละลายนั้น มาจากการตัดสินใจที่ผิดพลาด ซึ่งเขาก็รู้สึกตกใจมากเช่นกัน ที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น เนื่องจากเดือนที่แล้ว FTX ยังคงเป็นธุรกิจที่เติบโตอยู่เลย
หลังจากคำถามแรกผ่านไป คุณ Sorkin ก็ได้อ่านจดหมายของลูกค้า FTX รายหนึ่ง ที่ฝากคำถามผ่านเขามาถึง SBF ซึ่งมีหัวเรื่องว่า “Sam Bankman-Fried ขโมยเงิน 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ของผมไป”
เนื้อความของจดหมาย คือคำถามที่ลูกค้ารายนี้ ฝากคุณ Sorkin ให้มาถาม SBF ว่า
-ทำไมเขาถึงนำเงินเก็บทั้งชีวิตของเขา และลูกค้ารายอื่น ๆ ไปให้กองทุน Alameda ด้วย ?
-ทำไมกองทุนของเขาถึงต้องกู้เงินมาลงทุนในเหรียญขยะ ?
-สิ่งที่ SBF ทำคือการหลอกลวงหรือไม่ ?
SBF ได้กล่าวขอโทษกับลูกค้ารายนี้ สำหรับสิ่งที่เกิดขึ้น และอธิบายว่ากองทุน Alameda มีกลยุทธ์ที่ใช้การกู้เงินมาลงทุนอยู่แล้ว และกู้เงินลงทุนในสัดส่วนประมาณ 10% เท่านั้น แต่มูลค่าสินทรัพย์ที่ตกลงมาก จึงทำให้ไม่สามารถชำระหนี้ได้
หลังจากนั้น คุณ Sorkin ได้ถามประเด็นต่อไปว่า ทาง FTX นั้น ได้มีการนำเงินลูกค้า ไปใช้ปะปนกันกับเงินของบริษัท จริงหรือไม่ ?
ทาง SBF ก็ได้ปฏิเสธ และบอกว่าเขาไม่ได้นำเงินของลูกค้าไปปนกับเงินของบริษัท แต่เนื่องจากลูกค้าในแพลตฟอร์ม ต่างก็กู้เงินกันไปมาอยู่แล้ว
และกองทุน Alameda ก็เป็นหนึ่งในผู้ใช้บริการบนแพลตฟอร์ม จากการทำหน้าที่เสริมสภาพคล่อง ทำให้ดูเหมือนว่าเป็นการนำเงินของลูกค้า ไปปนกับเงินของบริษัท
นอกจากนี้ SBF ยังได้เสริมอีกด้วยว่า ตัวเขาเองไม่ได้เป็นคนบริหารกองทุน Alameda แม้ว่ามันจะเป็นธุรกิจที่สร้างกำไรให้กับเขามากที่สุดก็ตาม
แถมยังปฏิเสธว่า การลงทุนจำนวนมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในบริษัทนายหน้าซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีอย่าง Genesis โดย Alameda ก็ไม่ใช่การตัดสินใจของเขาด้วย แม้ตัว SBF เองจะนั่งเป็นบอร์ดบริหารของ Genesis
SBF ยังบอกอีกด้วยว่า เขาออกมาพูดในวันนี้ เนื่องจากรู้สึกว่ามันเป็นหน้าที่ของเขา ที่จะต้องออกมาอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น แม้ว่าทนายของเขาเอง จะแนะนำไม่ให้ออกมาพูดอะไรก็ตาม
โดยในตอนนี้ตัวเขายังคงอยู่ในบาฮามาส และยืนยันว่าไม่ได้กำลังหลบหนี เพราะเขามาอยู่ที่บาฮามาส ตั้งแต่ปีก่อนแล้ว และทำการบริหาร FTX จากที่นี่
ต่อจากนั้นคุณ Roskin ได้ถามถึงเรื่องเงินจำนวน 515 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ถูกโอนออกไป หลัง FTX ยื่นล้มละลาย ซึ่ง SBF ก็ได้ตอบว่า เงินจำนวนนั้นคือสินทรัพย์ที่ถูกทาง กลต. ของบาฮามาสยึดไปเท่านั้น
นอกจากนี้คุณ Roskin ยังได้ถามถึงเรื่องที่เขาบริจาคเงินให้กับพรรค Democrat และทำการเข้าลงทุนในสื่อหลายเจ้า ว่าเป็นการสร้างอิทธิพลให้ตัวเองหรือไม่? เพราะมีข่าวว่าเขาบริจาคเงินให้พรรค Democrat เพื่อที่จะเข้าพบกับนาย Gary Gensler ประธาน กลต. ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งก็มาจากพรรค Democrat
ทาง SBF ก็ได้ตอบว่า เป็นการบริจาค เพื่อช่วยเหลือประเทศทางอ้อม ในสถานการณ์ล็อกดาวน์เท่านั้น ส่วนเงินที่นำมาบริจาค ก็มาจากกำไรของกองทุน Alameda นั่นเอง ส่วนการลงทุนในสื่อ ก็เป็นเพียงการสนับสนุนสื่อน้ำดีเท่านั้น
หลังจากนั้นคุณ Roskin ก็ได้ถามอีกว่า ในตอนนี้ SBF เหลือเงินอยู่เท่าไร ซึ่งเขาก็ได้บอกว่า ตอนนี้เขาเหลือเงินแค่ประมาณ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ และมีบัตรเครดิตที่ใช้ได้เพียงใบเดียวเท่านั้น
จนในช่วงสุดท้าย คุณ Roskin ก็ได้ปิดท้ายด้วยคำถามว่า สิ่งที่เขาพูดทั้งหมดในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ เป็น “ความจริง” ทั้งหมดหรือไม่?
แน่นอนว่า SBF ได้ยืนยันว่า ทุกอย่างที่เขาพูดเป็นความจริง และบอกด้วยว่าที่ผ่านมาเขาไม่ได้โกหก เพียงแต่ว่า ในฐานะ CEO นั้น เขาก็ต้องพูดเรื่องดี ๆ เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของกิจการให้ดูดี เป็นปกติอยู่แล้ว
จากบทสัมภาษณ์ทั้งหมดนี้เอง ก็จะเห็นได้ว่าทาง SBF นั้น ได้ยืนยันว่า การล้มละลายของ FTX เป็นความผิดพลาดในการบริหารของเขาเอง ไม่ใช่การหลอกลวงแต่อย่างใด แถมยังได้แสดงความเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นด้วย
แต่อย่างไรก็ตาม เพียงแค่ความเสียใจ อาจจะไม่พอสำหรับลูกค้าที่เสียเงินเก็บทั้งชีวิต ไปกับการล้มละลายของ FTX…
© 2022 BillionMoney. All rights reserved.